บันทึก / บทความ

การสร้าง Template สำหรับ EndNote ให้สามารถใช้ได้หลายภาษาพร้อมกัน

ปรับ Reference Type และ Output Style ใน EndNote X9 เพื่อจัดรูปแบบบรรณานุกรมภาษาไทยและอังกฤษในเอกสารเดียวกัน

การสร้าง Template สำหรับ EndNote ให้สามารถใช้ได้หลายภาษาพร้อมกัน

ปกติโปรแกรม EndNote X9.3 มีรูปแบบ Reference Type ได้มากสุด 59 แบบ โดยเป็น Unused (คืออันที่ว่างสำหรับผู้ใช้ปรับแต่งเอง) 3 แบบจาก 59 แบบ แต่ Template ในการสร้างบรรณานุกรรมนั้นมีแต่ภาษาอังกฤษเพียงอย่างเดียว ซึ่งจะเกิดปัญหาโดยเฉพาะงานที่ต้องอ้างอิง ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ

ตัวอย่างการอ้างอิงสองภาษา

assets/fc380973 e8de 4c53 8912 699eacbbcb06 demo

ปัญหาที่สำคัญคือการที่มี Reference Type ได้มากสุด 59 แบบเท่านั้น ไม่สามารถเพิ่มได้ แปลว่าหากเราใช้ Unused 3 อันหมดแล้ว เราจะต้องแก้ไขรูปแบบการอ้างอิงที่เราไม่ได้ใช้ แทน ซึ่งไร้สาระมากที่มีข้อจำกัดแบบนี้

ดาวน์โหลดไฟล์ตัวอย่างที่ทำการแก้ไขแล้ว

ReferenceTable

ReferenceTable.xml แล้วให้ทำการ Import ตามขั้นตอน ด้านล่าง

[Vancouver 2019.ens](</endnote/Vancouver 2019.ens>) ให้เอาไฟล์ไปไว้ที่ Document > EndNote > Styles

ReferenceTable — assets/a8ab9812 68f0 49d6 bf8d aa8864b54f1b step10

วิธีการแก้ไข Reference Type

1. เปิด Preference

1. เปิด Preference — assets/b0721eef 8405 418d 847b 607e5293e5e8 step1

2. เลือก Export...

โดยเราจะได้ไฟล์ .XML มาซึ่งมีข้อมูลเกี่ยวกับ Reference Type ทั้งหมด

2. เลือก Export... — assets/461365c9 d652 4f97 9e15 cb861e40f722 step2

3. เปิดไฟล์ XML นั้นขึ้นมาเพื่อทำการแก้ไข

ให้สำรองไฟล์ XML ที่ export ออกมาก่อน

3. เปิดไฟล์ XML นั้นขึ้นมาเพื่อทำการแก้ไข — assets/aa5bbd40 fe77 4b57 9d6a ed1f55202995 step3

โดยเราอาจจะ คัดลอก FieldType จาก Reference Type รูปแบบอื่นๆ มาเป็น Template ได้ และการเปลี่ยนชื่อจาก Unused เป็นอย่างอื่นเช่น ในตัวอย่าง เป็น Web Page TH โดยที่ต้องทำแบบนี้เพื่อให้เรามี Reference Type ที่ต่างกันเพื่อที่จะได้มาแก้ Bibliography Template แยกกันได้ เช่น Web Page เราจะใช้เป็นภาษาอังกฤษ ในขณะที่ Web Page TH เราจะใช้ภาษาไทย เป็นต้น

ตัวอย่างการแก้ไข Web Page TH ซึ่งเป็นการคัดลอก Web Page มา

3. เปิดไฟล์ XML นั้นขึ้นมาเพื่อทำการแก้ไข — assets/129b262e 6b74 4676 9b8e 0fede1d31aaa step3a

4. เลือก Import...

Import ไฟล์ XML ที่เราแก้ไขแล้วกลับเข้าไป

4. เลือก Import... — assets/461365c9 d652 4f97 9e15 cb861e40f722 step2

5. ทำการแก้ไข Output Style

5. ทำการแก้ไข Output Style — assets/16212272 0c10 459c b2f9 d2c9f91adc4f step4

เมื่อเปิดแล้วให้เลือกหัวข้อ Bibliography จาก TreeView ทางด้านซ้ายมือ จากนั้นให้กด Reference Type เพื่อเปิด Reference Type ที่เราสร้างขึ้นใหม่ เช่น Legal Rule and Regulation TH, Internet และ Web Page TH

5. ทำการแก้ไข Output Style — assets/cd492369 146d 4955 bee0 a406e1a15fe0 step5

จากนั้นให้ทำการแก้ไข Template ข้างใน เช่น Web Page TH และ Legal Rule and Regulation TH, Internet

5. ทำการแก้ไข Output Style — assets/d95f917e 1b2c 40b4 a73f 2d6e02b83f33 step6 5. ทำการแก้ไข Output Style — assets/04fc38d9 8251 4895 981f f3e887315ff5 step7

จากนั้นทำการบันทึกรูปแบบนั้น เช่น ในตัวอย่างคือ Vancouver 2019 หรือถ้าแก้ไขรูปแบบที่มีอยู่แล้วต้องทำการบันทึกด้วยชื่อใหม่ เช่น Vancouver 2 เป็นต้น ซึ่งรูปแบบใหม่นี้จะไม่ปรากฏให้เลือก ต้องไปทำการเปิดใช้ก่อน

กรณีบันทึกเป็นชื่อใหม่ ให้ทำการเปิดใช้

กรณีบันทึกเป็นชื่อใหม่ ให้ทำการเปิดใช้ — assets/bc0d6651 282c 4f18 af04 eae1483ec072 step8 กรณีบันทึกเป็นชื่อใหม่ ให้ทำการเปิดใช้ — assets/5f23c14a ce46 40ec aee3 3bd0eedda29f step8a

6. กรอกรายละเอียด Reference ตามปกติ แล้วเลือก Reference Type เป็นรูปแบบใหม่ที่ทำเช่น Legal Rule and Regulation TH — assets/5bc7e421 071d 4ccc 90dc c1ba30014cc1 step9

7. สุดท้าย อย่าลืมเปลี่ยน Style เป็นอันใหม่ที่เราแก้ไข เช่น Vancouver 2 เป็นต้น

7. สุดท้าย อย่าลืมเปลี่ยน Style เป็นอันใหม่ที่เราแก้ไข เช่น Vancouver 2 เป็นต้น — assets/a8ab9812 68f0 49d6 bf8d aa8864b54f1b step10